มกราคม 13, 2569

CIA Exam Review: ถอดบทเรียนจากประสบการณ์สอบจริง "จากความท้อสู่ความเข้าใจ"

บทความและความรู้ของบริษัท: ถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากการสอบ CIA โดย คุณสุธี ตาณวาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท IA Signature เพื่อเป็นแนวทางในการเตรียมสอบอย่างมีระบบ

ผมเพิ่งสอบผ่านครับ... สารภาพตรงๆ ว่าตอนนี้กำลังอยู่ในโหมด "เห่อ" นิดนึง แต่อยากใช้จังหวะนี้แชร์ประสบการณ์ให้คนที่กำลังสู้กับสนามนี้อยู่ เพราะถ้าผมย้อนเวลากลับไปบอกตัวเองได้ บทความนี้คือสิ่งที่ผมอยากรู้ที่สุดครับ คือ "ความจริงของสนาม CIA ในวันนี้"

แม้ปัจจุบันจะปรับจาก 4 Parts เหลือ 3 Parts แต่บอกเลยว่า "ความยากไม่ได้ลดลง" เลยครับ แถมยังมีกำแพงหลายชั้นที่มือใหม่ต้องเจอ:

  • Cost & Material: ค่าตำรา ค่าสอบ ที่แพงพอประมาณ และเกือบทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษ (แต่ใช้ AI ช่วยได้เยอะ)
  • Registration: ขั้นตอนการสมัครที่ซับซ้อนจนต้องประสานงานกับสมาคมฯ อยู่บ่อยครั้ง
  • The Transition: ผมเริ่มอ่าน Part 1 ช่วง พ.ย.  67 (มาตรฐานเก่า) กว่าจะสอบผ่านก็ เม.ย. 68 แต่พอจะไปต่อ IIA ก็ประกาศใช้มาตรฐานใหม่ (GIAS 2024) ทันทีกับข้อสอบในช่วงเวลานั้น (English ล้วน พค. ถ้า Eng-Thai สค.)!

จังหวะนั้นคือ "ต้องรื้อความเข้าใจใหม่หมด" ครับ โชคดีที่ผมเคยบรรยายมาตรฐานใหม่ให้กับ สสอท. มาก่อน เลยปรับตัวได้เร็ว แต่นี่คือบทเรียนสำคัญว่า “ความรู้ในด้านนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง“

รีวิว 3 Parts: ความต่างที่ตำราไม่ได้บอก:

  • Part 1: Internal Audit Fundamentals – เนื้อหาสำคัญเป็นพื้นฐานของอีก 2 Parts กว้างๆ ครอบจักรวาล
  • Part 2: Internal Audit Engagement – สำหรับผม  Part นี้ "ยากที่สุด" มันคือ Part 3 ของรุ่นก่อนที่ทำคนสอบตกจนท้อมานับไม่ถ้วน ผมเองก็เกือบจะถอดใจเพราะคะแนนวนเวียนอยู่แค่คำว่า "เกือบผ่าน" มาตลอด
  • Part 3: Internal Audit Function – ผมเพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้เอง บอกเลยว่า "ในห้องสอบจริงไม่มีอะไรเหมือนที่ซ้อมมา" โจทย์วัดกึ๋นมาก เช่น ถ้า CAE  ลาพักร้อน แล้ว Supervisor ทำหน้าที่แทนใน  Exit Conference ความรับผิดชอบจะเป็นของใคร?โจทย์แนวนี้ใน Material ไม่มีบอกครับ แต่มันคือการวัดความเป็นของ Internal Audit จริงๆ

Insight ตลกร้าย > วินาทีที่สอบเสร็จ ออกจากห้องสอบปั๊บ ให้ฟังเสียงเครื่อง Laser Printer ของเจ้าหน้าที่ ถ้าเสียงลากยาวเกิน 2 วินาทีเมื่อไหร่... เตรียมใจได้เลยว่าคุณ "ตก" แน่นอน ไม่ต้องรอลุ้นผลกระดาษ เป็นเสียงที่ได้อารมณ์จริงๆ ครับ

3 กลยุทธ์เลือกสอบ: คุณคือสายไหน?

จากประสบการณ์ตรง ผมสรุปแนวทางการเลือกสอบไว้ 3 รูปแบบ ตามจริตของแต่ละคนครับ:

  1. สาย Old School (1 > 2 > 3): เน้นความแน่น ไล่ตามมาตรฐานไปทีละสเต็ป ถ้าผ่าน Part 1 ได้ คุณจะมีพื้นฐานที่แข็งแรงมากในการเก็บอีก 2 Part ที่เหลือ เหมาะกับคนที่ต้องการความเข้าใจเชิงลึกและกว้าง
  2. สาย Quick-Win (3 > 1 > 2): เน้นเอากำลังใจก่อน! สำหรับคนทำงานสายนี้อยู่แล้ว Part 3 อาจจะดูน่าเบื่อตอนอ่าน แต่ความเข้าใจเบื้องต้นจะช่วยให้คุณผ่านได้ไม่ยากนัก ถ้าผ่าน Part แรกได้ กำลังใจจะมาเต็มครับ
  3. สาย Leverage (1 > 3 > 2): "ถ้าผมรู้ก่อน ผมจะเลือกทางนี้" เพราะเมื่อคุณผ่าน Part 1 คุณสามารถเคลมวุฒิบัตร "IAP" (Internal Audit Practitioner) ได้ทันที แล้วไปเก็บ Part3 ต่อเลย ส่วน Part 2 ที่หินที่สุดเอาไว้เป็นตัวสุดท้าย แต่ถ้าจะเอา CIA อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องเคลม IAP เสียดายเงิน

ทรัพยากรที่สำคัญที่สุด นอกจากค่าสอบและเวลา "กำลังใจ" คือสิ่งที่ห้ามหมดครับ

ครั้งหน้า ถ้ามีคนสนใจ ผมจะมาเจาะลึกแนวคิดแต่ละ Part อาจจะแถมถึงแนวข้อสอบ รวมถึงรีวิว Sourcing ที่ผมใช้ ทั้ง Gleim ที่ใช้ยืนพื้นทุก Part และ Becker ที่ผมลองหยิบมาเสริมในบางช่วง...น่าจะเหมาะกับคนเตรียมตัวสอบที่มีเวลาน้อยแต่ต้องการผลลัพธ์มาก

แล้วเจอกันใหม่ครับ.

ข้อมูลนี้จัดทำโดย Signature Group เราคือผู้เชี่ยวชาญด้าน Internal Audit (การตรวจสอบภายใน), Internal Control (การควบคุมภายใน) และการเตรียมความพร้อมสู่ IPO (การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์) สำหรับองค์กรที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนและองค์กรในตลาดทุน

อ้างอิงแหล่งที่มา: https://www.facebook.com/share/p/1DNAPwBV7i/

ข่าวเพิ่มเติม