
วันหยุดที่ผ่านมามีเพื่อนที่ทำ IA - Inhouse โทรมาปรึกษาว่าอยากทำ IA Outsource ต้องเริ่มยังไง ?? หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ก็เลยคิดได้ว่าน่าจะต้องเขียนอะไรแบบนี้ไว้บ้างครับ
หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 14-15 ปีก่อน ตั้งแต่สมัยที่ผมยังรับงาน Freelance จากคนอื่น จนกระทั่งมาทำ IA Signature เต็มตัว ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการมาอย่างมากมาย จากยุคที่เรามักถูกมองว่าเป็นเพียง "ตัวประกอบ" หรือคนที่คอยตรวจเอกสารตามระเบียบขั้นตอน เป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่องค์กรต้องมีไว้ให้ครบตามที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด แต่วันนี้ บทบาทของ IA ก้าวไปไกลกว่านั้นมาก เรากลายเป็น Business Partner ที่ต้องช่วยองค์กรบริหารความเสี่ยง อุดรอยรั่ว และเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO)
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ เราก็เข้าไปมีส่วนร่วมผลักดันมาแล้วทั้งนั้น การเติบโตในสายอาชีพนี้ว่ายากแล้ว แต่ การทำธุรกิจ IA Outsource ให้อยู่รอดและเติบโต นั้นท้าทายยิ่งกว่า มีหลายคนที่อยากก้าวเข้ามาในธุรกิจนี้ แต่คำถามสำคัญคือ เราจะบริหารจัดการอย่างไรให้ก้าวข้ามปัญหาต่างๆ
เช่น :
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมค้นพบว่ารากฐานที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ความเก่งในทักษะการตรวจสอบ แต่มันคือวงจรของการดำเนินกลยุทธ์ "4 T’s" อย่างต่อเนื่อง และพร้อมปรับตัวไปตามยุคสมัย
(1) สร้างทีม (Building the Team) งานตรวจสอบคือธุรกิจบริการ (Professional Services) ต้นทุนและสินทรัพย์ที่ล้ำค่าที่สุดของเราคือ "คน" การสร้างทีมจึงไม่ใช่แค่การหาคนมาทำงานให้จบไปเป็นโครงการ แต่คือการสร้างแกนหลักของบริษัทที่เชื่อใจได้ การใช้ Freelance จะกระทบกับการรักษาความลับของลูกค้า และความสามารถของกิจการไม่สามารถใช้ได้ในระยะยาว ผมให้ความสำคัญอย่างมากกับการเติบโตของทีมงาน
โดยมีหัวใจสำคัญดังนี้ :
(2) สร้างผลงาน (Build the Track Record) ยุคที่การแข่งขันสูง ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ "รายงานการตรวจสอบ" ที่หนาเตอะ แต่เขาต้องการ "คุณค่า" (Value Added) การสร้างผลงานคือการทำให้ประจักษ์ว่า เราสามารถเข้าไปแก้ปัญหาและยกระดับองค์กรของลูกค้าได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยบริษัทที่กำลังเตรียมตัว IPO ให้มีระบบการควบคุมภายในที่โปร่งใส หรือการรับมือกับธุรกิจที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและกฎระเบียบที่เข้มงวด ผลงานที่จับต้องได้และมีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล จะกลายเป็น "กระบอกเสียง" ที่ดีที่สุดที่บอกเล่าว่าเราคือใคร โดยที่เราแทบไม่ต้องโฆษณาตัวเอง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรายึดมั่นเสมอคือความเข้าใจที่ถูกต้องในบทบาทหน้าที่ของ IA หากกรณีที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้อ ให้เราส่งมอบผลงานได้ตามมาตรฐาน เราเลือกที่จะถอนตัว เราไม่เสียดายรายได้ และไม่กลัวที่จะถูกเข้าใจผิด เพราะสุดท้ายแล้ว "คุณภาพของผลงาน" จะเป็นตัวตอบคำถามทุกอย่างในอนาคต
(3) สร้างสัมพันธ์ (Build the Ties) การสร้างความสัมพันธ์ครอบคลุมทั้งพันธมิตร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ:
ดังนั้น "ศิลปะการสร้างความสัมพันธ์" จึงสำคัญไม่แพ้ทักษะเชิงเทคนิค เปลี่ยนภาพจำจากการเป็น "ผู้ตรวจจับ" ให้กลายเป็น "ผู้ช่วย" และ "พันธมิตรทางธุรกิจ" การสื่อสารกับผู้บริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) และพนักงานหน้างาน ต้องเต็มไปด้วยความรับผิดชอบและความเข้าใจในบริบทธุรกิจของพวกเขา ซึ่งจะช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้การทำงานราบรื่น และเปลี่ยนความระแวงเป็นความร่วมมือ
(4) สร้างความไว้วางใจ (Build the Trust) หากถามว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในวงการนี้ คำตอบคือ "ความไว้วางใจ" มันไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่สร้างขึ้นจากการกระทำที่สม่ำเสมอ การยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ ความโปร่งใส และการรักษาความลับของลูกค้าอย่างเคร่งครัด เช่นเรานำระบบ (Data Loss Prevention) เข้ามาใช้เพิ่มเติมจากกฎระเบียบภายในที่เคร่งครัด NDA ที่ลงนามร่วมกับลูกค้า และเมื่อเราส่งมอบผลงานที่ยอดเยี่ยมด้วยความซื่อสัตย์ ลูกค้าจะเกิดความไว้วางใจ นำไปสู่การบอกต่อรวมถึงการจ้างงานซ้ำ (Repeat Business) ซึ่งนี่คือหัวใจหลักที่ทำให้ธุรกิจ IA Outsource สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
บทสรุป การบริหารธุรกิจ Internal Audit Outsource ไม่ใช่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทันทีทันใด และไม่ใช่แค่การรับงานแล้วจบๆไป แต่คือการรักษาสมดุลและขับเคลื่อนเสาหลักทั้ง 4 เป็น "วงจร" ที่ต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ นี่ยังไม่นับรวมถึง การลงทุนระบบหลังบ้าน ทั้งเรื่องสถานที่ เครื่องมือ สภาพแวดล้อมในการทำงาน ตลอดจนระบบสวัสดิการต่างๆ เพื่อดูแลและสนับสนุนให้กรอบการทำงานแบบ 4 T’s ของเราแข็งแกร่งและสมบูรณ์ที่สุด
สำหรับเพื่อนๆที่กำลังจะก้าวเข้ามา หรือเผชิญความท้าทายในการทำธุรกิจนี้ หากมีมุมไหนที่ผมพอจะแบ่งปันประสบการณ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้กันได้ ผมยินดีต้อนรับเสมอนะครับ เพราะผมเชื่อว่าวงการ IA ของเราจะเติบโตและแข็งแกร่งได้มากที่สุด ก็ต่อเมื่อเราช่วยกันสนับสนุนและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพไปพร้อมๆ กัน
ท้ายที่สุดนี้ ผมขอบอกเลยว่ามันเป็นเส้นทางที่ต้องอาศัยความทุ่มเท แต่ในวันที่คุณได้เห็นองค์กรของลูกค้าเติบโตอย่างมั่นคง มีธรรมาภิบาลที่ดี และก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้สำเร็จ... คุณจะรู้ทันทีว่า งานที่คุณทำนั้นมีคุณค่า ให้สมกับเจตนารมณ์ของมาตรฐานการตรวจสอบภายในที่ว่า เราคือผู้เพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการดำเนินงานขององค์กรให้ดีเลิศยิ่งขึ้น อย่างแท้จริง (Add value and improve an organization's operations)
สุธี ตาณวาณิชกุล
CEO of Signature Group
CIA, CPIAT, FAC, CAC-SME, C-DPO
https://www.facebook.com/share/p/1DNYKmJkRo/