บทความเกี่ยวข้อง

The Survival Guide of IA Outsource: ถอดรหัส 4 สร้าง สู่การเป็นบริษัทตรวจสอบภายในที่ลูกค้าบอกต่อ
อ่านเพิ่มเติม

ช่วงที่ผ่านมา ผมศึกษาหาข้อมูลการใช้งานอย่างไร ไปจนถึงระดับจะทำ Local LLM พบว่ามันอาจจะใหญ่เกินไปสำหรับ SME อย่างผม จากการเรียนและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในวงการ AI จึงได้นำมาประยุกต์ใช้กับงานตรวจสอบภายในมากขึ้น
เนื่องจากงานของเราต้องจัดการกับข้อมูลหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การสัมภาษณ์, เอกสาร PDF, ไฟล์สแกน, รูปภาพ, ข้อมูล Excel/CSV ไปจนถึงหลักฐานจากระบบงานต่างๆ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ "AI สามารถช่วยลดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ" ในการค้นหา รวบรวม จัดระเบียบ และทำความเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นได้อย่างแท้จริง ผลลัพท์คือ น้องๆ ในทีมมีเวลาเพิ่มขึ้นสำหรับงานที่สำคัญกว่า เช่น การทำความเข้าใจบริบท การตั้งคำถาม การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการใช้วิจารณญาณทางวิชาชีพ
ซึ่งการนำ AI มาใช้กับงานตรวจสอบ จะมองแค่เรื่องสะดวกหรือรวดเร็วไม่ได้เด็ดขาด เพราะข้อมูลที่ผู้ตรวจสอบได้รับส่วนใหญ่เป็นข้อมูลภายในที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น BOM, BOQ, สูตรลับ (Recipe), ต้นทุน, ข้อมูลทางการเงิน, รายงานการประชุม และข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้ข้อตกลงการรักษาความลับ (NDA) และจรรยาบรรณทางวิชาชีพ
ดังนั้น การเพิ่มประสิทธิภาพจึงต้องก้าวเดินไปพร้อมกับการปกป้องข้อมูล ซึ่งทีมงาน SIGNATURE GROUP ได้ให้ความสำคัญกับการทำ Data Loss Prevention (DLP) อย่างจริงจังมาตลอด 3-4 ปี เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความปลอดภัยของข้อมูลที่ได้รับ
แนวทางที่ผมใช้แบ่งบทบาทการทำงานออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้
ต้องยอมรับว่า Microsoft 365 Business Premium มีความสามารถด้าน Information Protection ที่ตอบโจทย์มาก แม้บางครั้งอาจสร้างภาระหรือความจุกจิกในการทำงานกับลูกค้าบ้าง แต่ก็คุ้มค่าสำหรับการปกป้องข้อมูล ยิ่งเมื่อผสานกับความสามารถของ Microsoft 365 Copilot ที่ดึงข้อมูลภายในองค์กรมาช่วยประมวลผล ทำให้เราได้ทั้ง Data Loss Prevention (DLP) ที่คอยปกป้อง และได้ใช้ AI (Copilot) เพื่อการตรวจสอบไปพร้อมกัน ได้ความสบายใจในการทำงานระดับ Ultra Smooth และแน่นอนว่ามาพร้อมค่าใช้จ่ายระดับ Ultra Premium จนหนาวสั่นระดับ -8 องศา โดยไม่ต้องปรับ mindset
4 บทบาทของ AI ในกระบวนการตรวจสอบภายใน
(1) วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากเพื่อค้นหารายการผิดปกติ
งานตรวจสอบสามารถใช้ Data Analytics วิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทั้งฐานข้อมูลเพื่อค้นหารายการที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติม (Exception) เช่น
ข้อสังเกต : AI ช่วยจัดเตรียมและจัดลำดับข้อมูลได้ แต่รายการผิดปกติเป็นเพียง "สัญญาณที่ต้องตรวจสอบต่อ" ไม่ใช่ข้อสรุปว่าเกิดการทุจริต
(2) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลหลายแหล่ง
AI ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายชุด (เช่น ข้อมูลผู้ขาย, พนักงาน, การอนุมัติ, สิทธิ์ผู้ใช้งาน และ System Log) เพิ่อค้นหาความสัมพันธ์ที่มองด้วยตาเปล่าได้ยาก เช่น
ข้อสังเกต : ผลวิเคราะห์เหล่านี้ช่วยกำหนดขอบเขตให้ตรงจุด แต่ผู้ตรวจสอบต้องนำความสัมพันธ์ที่พบกลับไปสอบทานกับหลักฐานต้นทางเสมอ
(3) ทำงานร่วมกับ OneDrive และ SharePoint
เมื่อเอกสารถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ (OneDrive สำหรับงานส่วนบุคคล/ฉบับร่าง และ SharePoint เป็นแหล่งข้อมูลส่วนกลาง) AI (Copilot) จะช่วยดึงศักยภาพได้เต็มที่ เช่น
ประโยชน์หลัก : คือ การทำงานบน "แหล่งข้อมูลความจริงเดียว" ลดความสับสนเรื่องเวอร์ชัน และสืบค้นกลับไปยังหลักฐานต้นทางได้ง่ายขึ้น
(4) สนับสนุนกระบวนการตรวจสอบในขั้นตอนอื่นๆ
AI เป็นผู้ช่วยชั้นดีในการจัดทำร่าง (Drafting) เช่น
ย้ำเตือน : AI คือ "เครื่องมือช่วยร่าง" ไม่ใช่ผู้ตัดสินความเสี่ยง หรือให้ Audit Opinion แทนผู้ตรวจสอบ ความสะดวกสบาย ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแล
ปัจจุบันหลายองค์กรยังไม่มีการจัดการเรื่อง AI Governance ปล่อบให้ใช้งานลักษณะ "Shadow AI" ซึ่งน่ากังวลมาก แม้เราจะใช้ Microsoft 365 Copilot ภายใต้สิทธิ์ที่ผู้ใช้งานมี แต่หากองค์กรตั้ง Permission ไว้กว้างเกินไป AI ก็จะกลายเป็นตัวเร่งให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลที่ไม่ควรเห็นได้ง่ายขึ้น สำหรับ SIGNATURE GROUP ที่ให้บริการงาน Internal Audit Outsource อย่างเรา การแยกส่วนข้อมูลของลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญ
โดยดำเนินการ ดังนี้
หลักการ AI Governance ที่ควรกำหนดในงานตรวจสอบภายใน
บทสรุป : เป้าหมายของ AI for Internal Audit ไม่ใช่ให้เทคโนโลยีมาทำงานแทนผู้ตรวจสอบ แต่เป็นการลดเวลาที่เสียไปกับการค้นหา สรุป และจัดเตรียมข้อมูล เพื่อคืนเวลาอันมีค่าให้ผู้ตรวจสอบได้ใช้ทักษะเชิงวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการประเมินความเสี่ยงอย่างเต็มศักยภาพไม่ว่าเทคโนโลยีจะช่วยเหลือได้มากเพียงใด ผู้ตรวจสอบยังคงต้องเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐาน ใช้วิจารณญาณ และรับผิดชอบต่อข้อสรุปทุกครั้ง
ทำงานให้เร็วขึ้นได้ แต่ข้อมูลยังปลอดภัยเป็นความลับ หลักฐานต้องยังเชื่อถือได้ และข้อสรุปต้องยังเป็นของผู้ตรวจสอบอย่างแท้จริง
สุธี ตาณวาณิชกุล
CEO of Signature Group
CIA, CPIAT, FAC, CAC-SME, C-DPO