Banner 1
Prime
Shaping strong foundations for lasting success.
14 มิถุนายน 2569

CAE ควรเลือก Certificate ใบไหน? ให้ทันเกณฑ์ใหม่ ก.ล.ต.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

CIA, CPIAT หรือ PIAC? เทียบชัดๆเลือก Certificate ใบไหนให้ทันเกณฑ์ใหม่ ก.ล.ต. สมมุติว่าวันนี้มี CAE เดินมาถามว่า "ผมควรเรียนอะไรดี เพื่อให้มี Certificate สักใบ ให้ทันเกณฑ์ใหม่ของ ก.ล.ต.?"

 

 

อย่างที่เราทราบกันว่า เดือนหน้าจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็น (Hearing) เกณฑ์ดังกล่าวจาก ก.ล.ต. และคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ในรอบงบการเงินปี 2569 เท่ากับว่าเรายังมีเวลาเตรียมตัวอย่างน้อยอีก 8 เดือน คำถามคือ เราควรเลือกเส้นทางไหนดี ระหว่าง CIA Part 1, CPIAT (ของ สตท.) และ PIAC (ของ สภาวิชาชีพบัญชีฯ)?

 

ขอออกตัวก่อน: ผมเคยเรียนและสอบผ่าน CPIAT มาตั้งแต่ปี 2552 ข้อมูลในส่วนนี้จึงขออ้างอิงตามเกณฑ์เนื้อหาปัจจุบันที่เปิดเผยบนเว็บไซต์ ส่วน PIAC ผมเคยไปเรียนด้วยตัวเองแต่ยังสอบไม่ผ่านครบทุก Part เพราะหันไปโฟกัสการสอบ CIA เสียก่อน ข้อมูลจึงอ้างอิงจากเนื้อหาที่เปิดเผยสู่สาธารณะเช่นกันครับ

 

เปรียบเทียบค่าธรรมเนียม (กรณีเป็นสมาชิก และอยู่บนสมมุติฐานว่าสอบผ่านในครั้งเดียว)

 

  • CIA Part 1: ประมาณ 15,000+  บาท (รวมค่าเปิดโปรแกรม) + อาจมีค่าเอกสารเตรียมสอบ (เช่น Gleim หรือ Becker) อีกราว 8,000 บาท รวมประมาณ 23,000 บาท (อาจมีส่วนลดตามเทศกาล เช่น Black Friday)
  • CPIAT:  ค่าเรียน 48,000  บาท + ค่าสอบ 3,500 บาท รวม 51,500  บาท
  • PIAC:  ค่าเรียน 47,000  บาท + ค่าสอบ (3 Part) 5,400 บาท + ค่าสอบสัมภาษณ์ 500 บาท รวม 52,900  บาท

 

(หมายเหตุ: ในความเป็นจริง ผู้สอบส่วนใหญ่อาจต้องใช้เวลาสะสมประสบการณ์และสอบซ่อม แล้วแต่บุคคล และหากต้องการเคลมวุฒิบัตร IAP จะมีค่าธรรมเนียมแยกต่างหาก ซึ่งอธิบายไว้ในหัวข้อความเชื่อมโยงด้านล่างครับ)

 

เปรียบเทียบระยะเวลาที่ใช้เรียน

 

  • CIA Part 1: เน้นการอ่านและศึกษาด้วยตัวเอง ใช้เวลาเตรียมตัวประมาณ 1-2 เดือนแล้วแต่คน
  • CPIAT:  เรียนทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน
  • PIAC:  เรียนประมาณ  23 วัน (มีทั้งวันธรรมดาและวันเสาร์บ้าง) โดยรวมกว่าจะเก็บครบทั้ง 3 Part อาจใช้เวลาราว 8-9 เดือน ขึ้นอยู่กับรอบที่สภาวิชาชีพบัญชีฯ เปิดสอน

 

เจาะลึกเนื้อหาและจุดเด่น


CIA Part 1 : ปูพื้นฐานสู่มาตรฐานสากล

 

  • โฟกัส: เน้นแกนความรู้เชิงทฤษฎีล้วนๆ (ธรรมาภิบาล ความเสี่ยง การควบคุม จรรยาบรรณ และการทุจริต)
  • จุดเด่น: เป็นขอบเขตข้อสอบระดับโลกโดยตรง เหมาะกับคนที่ตั้งเป้าคว้าใบ CIA (เนื้อหาจะไม่มีส่วนของการปฏิบัติงานจริงหรือวิชาเฉพาะทาง)

 

CPIAT : สายปฏิบัติการ อัปเกรดสู่มาตรฐานโลก

 

  • โฟกัส: ครอบคลุมตั้งแต่ทฤษฎีพื้นฐาน การปฏิบัติงานจริง ไปจนถึง IT, Data Analytics และบัญชี
  • จุดเด่น: ปรับมาใช้ข้อสอบ CIA Part 1 ในการวัดผล หมายความว่าหากสอบผ่าน จะได้ทั้งใบ CPIAT (Local) และได้เครดิตสอบผ่าน CIA Part 1 ทันที พร้อมต่อยอดสู่ระดับสากลได้เลย

 

PIAC : เจาะลึกบริบทไทย

 

  • โฟกัส: ครอบคลุมทั้งทฤษฎีและปฏิบัติเช่นกัน แต่อิงบริบทการทำงานจริงในประเทศไทย
  • จุดเด่น: จัดเต็มความรู้เฉพาะทางที่ทันยุค เช่น การตรวจสอบ ESG, IT เชิงลึก และภาษีอากร การันตีความเข้มข้นด้วยระบบการวัดผลที่ต้องผ่านทั้งข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์จึงจะได้วุฒิบัตร

 

ความเชื่อมโยงของทั้ง 3 หลักสูตร และการเคลมวุฒิบัตร IAP

 

หลักสูตรเหล่านี้สามารถนำมาต่อยอดกันได้ครับ เช่น หากคุณเรียน CPIAT หรืออ่านหนังสือสอบ CIA Part 1 จนสอบผ่านข้อสอบตัวนี้แล้ว คุณสามารถนำเครดิตไปกดเคลมวุฒิบัตร Internal Audit Practitioner (IAP) จากทาง IIA Global ได้เลย ทั้งนี้ การกดเคลม IAP ผ่านระบบ CCMS จะมีค่าธรรมเนียมการสมัคร (Application Fee)

 

เพิ่มเติม:

 

  • กรณีเป็นสมาชิก (Member): 120 USD (ประมาณ 4,400 บาท)
  • กรณีบุคคลทั่วไป (Non-member): 240 USD (ประมาณ 8,800 บาท)

 

และหากตั้งใจจะสอบ CIA ต่อให้จบ เนื้อหาที่เรียนมาก็ยังมีส่วนช่วยเป็นพื้นฐานใน Part 2-3 ได้ ส่วนหลักสูตร PIAC ก็เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีวุฒิบัตร CPIAT หรือผ่านการอบรมตามเกณฑ์ สามารถนำมาใช้เป็นคุณสมบัติในการขอสอบได้เช่นกัน จึงถือว่าทั้ง 3 หลักสูตรมีความเชื่อมโยงกันพอสมควร

 

สรุปคำแนะนำ (ความเห็นส่วนตัว) เพื่อช่วยให้คุณเลือกเส้นทางที่ตอบโจทย์ตัวเองที่สุด ขอสรุปดังนี้ครับ:

 

  1. ถ้าตั้งใจจะเป็น CIA อยู่แล้ว:มีเวลาไปนั่งอบรม ”น้อย“ เน้นติวและอ่านเองเป็นหลัก การพุ่งเป้าไปสอบ CIA Part 1 (แล้วกดเคลม IAP) จะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายที่สุดเมื่อเทียบกับอีก  2 หลักสูตร
  2. ถ้ามีเวลาเรียนและอยากต่อยอด: หากอยากปูทางไปสอบ  CIA ในอนาคต CPIAT น่าจะตอบโจทย์มากที่สุด แถมยังเปิดโอกาสให้คุณได้เจอกลุ่มเพื่อนร่วมวิชาชีพที่จะคอยผลักดันกันไปจนเรียนจบ
  3. ถ้าต้องบริหารเวลาเรียนเป็นช่วงๆ: อยากแบ่งอบรมทีละส่วน ไม่ให้ต่อเนื่องหรือกดดันเกินไป PIAC จะเหมาะสมกว่า แถมยังสามารถนำไปนับชั่วโมง CPD สำหรับผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีได้อีกด้วย

 

 

 

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเส้นทางไหน สิ่งที่ต้องใช้มากที่สุดคือ ความตั้งใจ อดทน พยามยาม ส่วนเรื่องของ ค่าใช้จ่ายนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมและเป้าหมายในเส้นทางอาชีพของแต่ละคนครับ

 

 

 

 

 

สุธี ตาณวาณิชกุล
CEO of Signature Group
CIA, CPIAT, FAC, CAC-SME, C-DPO

 

 

 

https://www.facebook.com/share/p/19AWcxrBoA/