Banner 1
Prime
Shaping strong foundations for lasting success.
16 มีนาคม 2569

The Survival Guide of IA Outsource: ถอดรหัส 4 สร้าง สู่การเป็นบริษัทตรวจสอบภายในที่ลูกค้าบอกต่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันหยุดที่ผ่านมามีเพื่อนที่ทำ IA - Inhouse โทรมาปรึกษาว่าอยากทำ IA Outsource ต้องเริ่มยังไง ?? หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ก็เลยคิดได้ว่าน่าจะต้องเขียนอะไรแบบนี้ไว้บ้างครับ

 

 

หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 14-15 ปีก่อน ตั้งแต่สมัยที่ผมยังรับงาน Freelance จากคนอื่น จนกระทั่งมาทำ IA Signature เต็มตัว ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการมาอย่างมากมาย จากยุคที่เรามักถูกมองว่าเป็นเพียง "ตัวประกอบ" หรือคนที่คอยตรวจเอกสารตามระเบียบขั้นตอน เป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่องค์กรต้องมีไว้ให้ครบตามที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด แต่วันนี้ บทบาทของ IA ก้าวไปไกลกว่านั้นมาก เรากลายเป็น Business Partner ที่ต้องช่วยองค์กรบริหารความเสี่ยง อุดรอยรั่ว และเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO)

 

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ เราก็เข้าไปมีส่วนร่วมผลักดันมาแล้วทั้งนั้น การเติบโตในสายอาชีพนี้ว่ายากแล้ว แต่ การทำธุรกิจ IA Outsource ให้อยู่รอดและเติบโต นั้นท้าทายยิ่งกว่า มีหลายคนที่อยากก้าวเข้ามาในธุรกิจนี้ แต่คำถามสำคัญคือ เราจะบริหารจัดการอย่างไรให้ก้าวข้ามปัญหาต่างๆ

 

เช่น :

 

  • คนลาออกบ่อย(สอนใหม่ประจำ)
  • เวลาบานปลาย(ไม่ได้ข้อมูล ปิดรายงานไม่ได้)
  • ต้นทุนคงที่ (ที่สูงขึ้น)
  • ความน่าเชื่อถือเสียหาย(จากผลงานที่ผิดพลาด)

 

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมค้นพบว่ารากฐานที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่ความเก่งในทักษะการตรวจสอบ แต่มันคือวงจรของการดำเนินกลยุทธ์ "4 T’s" อย่างต่อเนื่อง และพร้อมปรับตัวไปตามยุคสมัย

 

(1) สร้างทีม (Building the Team) งานตรวจสอบคือธุรกิจบริการ (Professional Services) ต้นทุนและสินทรัพย์ที่ล้ำค่าที่สุดของเราคือ "คน" การสร้างทีมจึงไม่ใช่แค่การหาคนมาทำงานให้จบไปเป็นโครงการ แต่คือการสร้างแกนหลักของบริษัทที่เชื่อใจได้ การใช้ Freelance จะกระทบกับการรักษาความลับของลูกค้า และความสามารถของกิจการไม่สามารถใช้ได้ในระยะยาว ผมให้ความสำคัญอย่างมากกับการเติบโตของทีมงาน

 

โดยมีหัวใจสำคัญดังนี้ :

 

  • โครงสร้างที่แข็งแรง: เริ่มจากทีมผู้ก่อตั้ง ที่แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน เคารพในบทบาทของกันและกัน และมีโครงสร้างการถือหุ้นที่รัดกุมเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต พร้อมทั้งปลูกฝังความเป็นเจ้าของ ร่วมกัน
  • ผู้นำต้องเป็นแบบอย่าง และทีมต้องมี Growth Mindset: ความท้าทาย และแรงกดดันของงานจะเป็นตัวคัดกรองและพัฒนาบุคลากรให้เติบโตขึ้นตามลำดับ เรามีระบบการอบรมที่ครอบคลุมทั้ง In-house, OJT และ Public-training
  • วัดผลที่ผลงาน ไม่ใช่อายุ: Performance Drive ระบบการวัดผลและจ่ายค่าตอบแทนสะท้อนตามความเป็นจริง ที่ IASเราไม่ได้สนใจ "อายุตัว" แต่เราให้ความสำคัญกับ "อายุงานและผลงาน" ที่แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์
  • ยกระดับสู่มาตรฐานสากล: เราผลักดันให้ทีมงานก้าวไปสู่มาตรฐานวิชาชีพ เช่น การสอบวุฒิบัตรสากล หรือวุฒิบัตรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะเมื่อทีมงานมีความรู้ลึกซึ้ง มาตรฐานเหล่านี้จะสะท้อนกลับมาเป็นคุณภาพงานที่ส่งมอบให้ลูกค้าการรักษาทีมงานหลักๆ ให้อยู่ร่วมกันยาวนานนับสิบปี คือกุญแจสำคัญที่ทำให้วัฒนธรรมองค์กรของเราแข็งแกร่ง และสามารถส่งต่อความเชี่ยวชาญจากรุ่นสู่รุ่นได้

 

(2) สร้างผลงาน (Build the Track Record) ยุคที่การแข่งขันสูง ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่ "รายงานการตรวจสอบ" ที่หนาเตอะ แต่เขาต้องการ "คุณค่า" (Value Added) การสร้างผลงานคือการทำให้ประจักษ์ว่า เราสามารถเข้าไปแก้ปัญหาและยกระดับองค์กรของลูกค้าได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยบริษัทที่กำลังเตรียมตัว IPO ให้มีระบบการควบคุมภายในที่โปร่งใส หรือการรับมือกับธุรกิจที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและกฎระเบียบที่เข้มงวด ผลงานที่จับต้องได้และมีคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล จะกลายเป็น "กระบอกเสียง" ที่ดีที่สุดที่บอกเล่าว่าเราคือใคร โดยที่เราแทบไม่ต้องโฆษณาตัวเอง

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรายึดมั่นเสมอคือความเข้าใจที่ถูกต้องในบทบาทหน้าที่ของ IA หากกรณีที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้อ ให้เราส่งมอบผลงานได้ตามมาตรฐาน เราเลือกที่จะถอนตัว เราไม่เสียดายรายได้ และไม่กลัวที่จะถูกเข้าใจผิด เพราะสุดท้ายแล้ว "คุณภาพของผลงาน" จะเป็นตัวตอบคำถามทุกอย่างในอนาคต

 

(3) สร้างสัมพันธ์ (Build the Ties) การสร้างความสัมพันธ์ครอบคลุมทั้งพันธมิตร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ:

 

  • พันธมิตรทางธุรกิจ: ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียม  IPO เช่น ที่ปรึกษาทางการเงิน, ผู้สอบบัญชี, ที่ปรึกษากฎหมาย ฯลฯ บ่อยครั้งที่เราได้รับการอ้างอิง (Referral) เพราะเราเคยร่วมงานกันจนโครงการสำเร็จลุล่วง จากเพื่อนร่วมงาน กลายเป็นเครือข่ายที่ไว้ใจและกล้าแนะนำเราต่อ
  • ลูกค้า: บางครั้งเริ่มต้นด้วยความท้าทาย ลูกค้าบางรายอาจยังกังวลว่าควรให้ความร่วมมือกับ IA แค่ไหน แต่บ่อยครั้งเช่นกันที่เมื่อได้เริ่มทำงานร่วมกันแล้ว จากความสงสัยก็เปลี่ยนเป็นความเชื่อมั่น กลายเป็นผู้สนับสนุน และเป็นเพื่อนทางธุรกิจที่ไว้ใจกันในที่สุด

ดังนั้น "ศิลปะการสร้างความสัมพันธ์" จึงสำคัญไม่แพ้ทักษะเชิงเทคนิค เปลี่ยนภาพจำจากการเป็น "ผู้ตรวจจับ" ให้กลายเป็น "ผู้ช่วย" และ "พันธมิตรทางธุรกิจ" การสื่อสารกับผู้บริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) และพนักงานหน้างาน ต้องเต็มไปด้วยความรับผิดชอบและความเข้าใจในบริบทธุรกิจของพวกเขา ซึ่งจะช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้การทำงานราบรื่น และเปลี่ยนความระแวงเป็นความร่วมมือ

 

(4) สร้างความไว้วางใจ (Build the Trust) หากถามว่าอะไรคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในวงการนี้ คำตอบคือ "ความไว้วางใจ" มันไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่สร้างขึ้นจากการกระทำที่สม่ำเสมอ การยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ ความโปร่งใส และการรักษาความลับของลูกค้าอย่างเคร่งครัด เช่นเรานำระบบ (Data Loss Prevention) เข้ามาใช้เพิ่มเติมจากกฎระเบียบภายในที่เคร่งครัด  NDA ที่ลงนามร่วมกับลูกค้า และเมื่อเราส่งมอบผลงานที่ยอดเยี่ยมด้วยความซื่อสัตย์ ลูกค้าจะเกิดความไว้วางใจ นำไปสู่การบอกต่อรวมถึงการจ้างงานซ้ำ (Repeat Business) ซึ่งนี่คือหัวใจหลักที่ทำให้ธุรกิจ IA Outsource สามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

 

บทสรุป การบริหารธุรกิจ Internal Audit Outsource ไม่ใช่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นทันทีทันใด และไม่ใช่แค่การรับงานแล้วจบๆไป แต่คือการรักษาสมดุลและขับเคลื่อนเสาหลักทั้ง 4  เป็น "วงจร" ที่ต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ นี่ยังไม่นับรวมถึง การลงทุนระบบหลังบ้าน ทั้งเรื่องสถานที่ เครื่องมือ สภาพแวดล้อมในการทำงาน ตลอดจนระบบสวัสดิการต่างๆ เพื่อดูแลและสนับสนุนให้กรอบการทำงานแบบ 4 T’s ของเราแข็งแกร่งและสมบูรณ์ที่สุด

 

สำหรับเพื่อนๆที่กำลังจะก้าวเข้ามา หรือเผชิญความท้าทายในการทำธุรกิจนี้ หากมีมุมไหนที่ผมพอจะแบ่งปันประสบการณ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้กันได้ ผมยินดีต้อนรับเสมอนะครับ เพราะผมเชื่อว่าวงการ IA ของเราจะเติบโตและแข็งแกร่งได้มากที่สุด ก็ต่อเมื่อเราช่วยกันสนับสนุนและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพไปพร้อมๆ กัน

 

 

 

ท้ายที่สุดนี้ ผมขอบอกเลยว่ามันเป็นเส้นทางที่ต้องอาศัยความทุ่มเท แต่ในวันที่คุณได้เห็นองค์กรของลูกค้าเติบโตอย่างมั่นคง มีธรรมาภิบาลที่ดี และก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้สำเร็จ... คุณจะรู้ทันทีว่า งานที่คุณทำนั้นมีคุณค่า ให้สมกับเจตนารมณ์ของมาตรฐานการตรวจสอบภายในที่ว่า เราคือผู้เพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการดำเนินงานขององค์กรให้ดีเลิศยิ่งขึ้น อย่างแท้จริง (Add value and improve an organization's operations)

 

 

 

 

 

สุธี ตาณวาณิชกุล
CEO of Signature Group
CIA, CPIAT, FAC, CAC-SME, C-DPO

 

 

https://www.facebook.com/share/p/1DNYKmJkRo/