ประสบการณ์ IA จะถูกแยกออกจากประสบการณ์ทั่วไปอย่างชัดเจน ข้อกำหนดที่ระบุว่าต้องมีประสบการณ์ IA โดยตรงอย่างน้อย 3 ปี เป็นการขีดเส้นชัดเจนว่า ประสบการณ์ด้านบัญชี การเงิน หรือที่ปรึกษา แม้จะมีประโยชน์มาก แต่ก็ไม่สามารถทดแทนประสบการณ์ตรวจสอบภายในได้ทั้งหมด เพราะงาน IA มีวิธีคิดเฉพาะตัว คุณต้องเข้าใจบริบทของ GRC สื่อสารข้อสังเกตอย่างสมดุล และที่สำคัญคือต้องรักษา "ความเป็นอิสระและเที่ยงธรรม" หลังจากนี้ คนที่ทำงาน IA ตัวจริงและสะสมประสบการณ์อย่างเป็นระบบ จะยิ่งมีมูลค่าสูงขึ้นในตลาด
IA Outsource จะถูกมองลึกกว่าแค่ความเป็น “บริษัทผู้ให้บริการ” ก.ล.ต. เสนอให้พิจารณาไปถึงบุคคลที่เป็น “ผู้ควบคุมสูงสุดและผู้ลงนาม” ไม่ใช่แค่ดูชื่อบริษัท ในทางปฏิบัติหมายความว่า IA Outsource จะต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ใครคือ Partner งานถูกสอบทานโดยใคร และระบบคุณภาพภายในเป็นอย่างไร นี่คือจุดเริ่มต้นที่จะบังคับให้ IA Outsource ต้องเปลี่ยนตัวเองจากแค่ ทีมรับงาน หรือ Freelance ไปสู่การเป็น “สำนักงานวิชาชีพ” ที่มีมาตรฐานชัดเจน ซึ่งระบบการจัดการคุณภาพของสำนักงาน ก็สามารถเดินตามรอยมาตรฐานของสำนักงานผู้สอบบัญชีในตลาดทุน เป็นแนวทางได้เลย และเชื่อว่าวันนั้นจะต้องมาถึงในไม่ช้าแน่นอน
คณะกรรมการตรวจสอบจะมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้น เมื่อต้องมีการเปิดเผยข้อมูล IA ในแบบ 69-1 และ 56-1 One Report พร้อมความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบ หมายความว่าบอร์ดจะไม่เพียงแค่รอดูรายงานผลการตรวจสอบ แต่ต้องลงมาสอบทานคุณสมบัติของ IA ตั้งแต่ต้นทาง ความสัมพันธ์ระหว่าง IA และคณะกรรมการตรวจสอบจะมีความเป็นวิชาชีพและเข้มข้นมากขึ้น
การเปิดเผยข้อมูล IA จะเปลี่ยนจาก “แค่ให้มี” เป็น “เครื่องหมายคุณภาพ” เป็นที่รู้กันดีว่า บริษัท IPO และบริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยประวัติของ CAE ในเอกสารสำคัญอย่าง 69-1 และ 56-1 One Report อยู่แล้วเป็นปกติ แต่การที่ มีเกณฑ์คุณสมบัติขั้นต่ำไว้อย่างชัดเจน จะทำให้หน้ากระดาษที่แสดงโปรไฟล์ของ IA มีความหมายมากกว่าเดิม นักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียจะไม่เพียงแค่มองว่า "ใครคือ IA" แต่จะเจาะลึกลงไปว่า IA คนนั้นมี Cer อะไร และมีประสบการณ์สายตรงกี่ปี การเปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้จะเปลี่ยนสถานะจากเพียงแค่ ต้องมีตามระเบียบไปสู่ "เครื่องหมายสะท้อนคุณภาพ" ที่ตลาดใช้ประเมินความพร้อมด้าน Governance ของบริษัทอย่างแท้จริง
มาตรฐานงานและระบบสอบทานภายใน (Quality Assurance) จะเพิ่มความสำคัญ แม้ตอนนี้จะยังไม่มีการบังคับขึ้นทะเบียน IA Firm โดยตรง แต่หากดูจากแนวทางของผู้สอบบัญชี การยกระดับบุคคลจะนำไปสู่การยกระดับระบบงานเสมอ IA Firm ที่อยากเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาด IPO ต้องเริ่มวางระบบตั้งแต่วันนี้ เช่น ระบบสอบทานงาน (Reviewer) มาตรฐานกระดาษทำการ ระบบควบคุมคุณภาพรายงาน และการทำ QAIP สิ่งเหล่านี้จะเป็นเกณฑ์ที่ถูกนำมาใช้ประเมินคุณภาพในการคัดเลือก IA Firm ในอนาคต