ที่ปรึกษาเข้าตลาดหลักทรัพย์คือใคร? ช่วยบริษัทเตรียม IPO อย่างไร
แนะนำบริการที่ปรึกษาเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อจะเตรียมความพร้อมสู่ IPO

การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ IPO (Initial Public Offering) ถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญขององค์กรที่ต้องการระดมทุนเพื่อขยายกิจการ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว แต่การเตรียมบริษัทให้พร้อมสำหรับการเป็นบริษัทจดทะเบียนไม่ได้มีเพียงการเตรียมงบการเงิน หรือ การกำหนดราคาหุ้นเท่านั้น โดยบริษัทจำเป็นต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ และ เตรียมความพร้อมหลายๆด้าน ทั้งโครงสร้างธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น ระบบบัญชี ระบบควบคุมภายใน การกำกับดูแลกิจการ การเปิดเผยข้อมูล ตลอดจนการจัดทำเอกสารสำหรับการยื่นคำขออนุญาต และ แบบแสดงรายการข้อมูล ดังนั้นบทความนี้จะอธิบายบทบาทของที่ปรึกษาเข้าตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไปจนถึงขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนกัน
ที่ปรึกษาเข้าตลาดหลักทรัพย์ คือใคร?
ที่ปรึกษาเข้าตลาดหลักทรัพย์ หรือ ที่ในบริบทของตลาดทุนไทยมักเรียกว่า "ที่ปรึกษาทางการเงิน" (Financial Advisor หรือ FA) คือ สถาบันการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ หรือ บริษัทที่ปรึกษาเอกชนที่ได้รับความเห็นชอบจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และ ตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำปรึกษา แนะนำ และ จัดเตรียมความพร้อมของบริษัทที่ต้องการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO)
คุณสมบัติ และ สถาบันที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน (FA)
ในประเทศไทย ผู้ที่จะทำหน้าที่เป็น FA ที่มีสิทธิ์ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ต่อ ก.ล.ต. ได้นั้น ต้องขึ้นทะเบียน และ ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ตัวอย่างของผู้ให้บริการกลุ่มนี้ ได้แก่
1.บริษัทหลักทรัพย์ : บล. ชั้นนำทั้งใน และ ต่างประเทศ ซึ่งมักมีบริการจัดจำหน่าย และ รับประกันการจำหน่ายหุ้นควบคู่ไปด้วย
2.สายงานวานิชธนกิจของธนาคารพาณิชย์ : ทีมงานเฉพาะทางของธนาคารใหญ่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุน
3.บริษัทที่ปรึกษาเอกชนระดับสเปเชียลลิสต์ : บริษัทที่เน้นงานให้คำปรึกษาโครงสร้างธุรกิจ และ บัญชีโดยเฉพาะ
บทบาทหน้าที่ และ ความสำคัญของที่ปรึกษาเข้าตลาดหลักทรัพย์
เหตุใดบริษัทที่กำลังจะทำ IPO ถึงไม่สามารถทำกระบวนการนี้ได้ด้วยตนเอง? ความสำคัญของที่ปรึกษาทางการเงินสรุปได้ผ่านบทบาทหลัก 4 ด้านดังนี้
1) การเป็น "สถาปนิกทางการเงิน และ โครงสร้างธุรกิจ"
ก่อนที่จะขายหุ้นให้ประชาชน บริษัทต้องมีโครงสร้างที่ "ลงทุนได้" ที่ปรึกษาจะเข้ามาจัดโครงสร้างกลุ่มบริษัท ตัดความขัดแย้งทางอิทธิพล และ ผลประโยชน์ จัดทำโครงสร้างผู้ถือหุ้น และ ปรับโครงสร้างทุนให้เหมาะสม
2) การเป็น "ผู้กำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์"
ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ สำนักงาน ก.ล.ต. มีเกณฑ์ในการรับหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนที่ละเอียด และ เข้มงวด FA จะทำหน้าที่ประเมินความพร้อมของบริษัทเทียบกับเกณฑ์เหล่านั้น และวางแผนแก้ไขข้อบกพร่องล่วงหน้า
3) การเป็น "ตัวกลาง และ ผู้ประสานงานหลัก"
กระบวนการ IPO ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน เช่น ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA), ที่ปรึกษากฎหมาย , ผู้ประเมินราคาทรัพย์สินอิสระ และ ที่ปรึกษาระบบการควบคุมภายใน FA ทำหน้าที่เป็น "ผู้จัดการวงดนตรี" ที่คอยบริหารจัดการให้ทีมงานทุกฝ่ายทำงานร่วมกันตามกรอบเวลาที่กำหนด
4) การสร้างมูลค่า และ การกำหนดราคาหุ้น
FA มีหน้าที่ประเมินมูลค่ากิจการอย่างสมเหตุสมผลโดยใช้โมเดลทางการเงินที่เป็นสากล เพื่อให้บริษัทได้รับเงินระดมทุนสูงสุดในราคาที่สะท้อนมูลค่าแท้จริง ในขณะเดียวกันก็ต้องเป็นราคาที่ดึงดูดใจนักลงทุนในตลาดด้วย
บริษัทที่เตรียม IPO ต้องเตรียมความพร้อมด้านใดบ้าง
ก่อนที่จะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จ องค์กรจำเป็นต้องมีความพร้อมในหลายด้าน ไม่ใช่เพียงด้านการเงินหรือผลประกอบการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง ระบบควบคุมภายใน เทคโนโลยีสารสนเทศ และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร
หัวข้อสำคัญที่องค์กรควรให้ความสำคัญ ได้แก่
- Governance Readiness
- Risk Management Readiness
- Internal Control Readiness
- Technology & Data Readiness
- People & Training Readiness
- Capital-Market Readiness
การเตรียมความพร้อมในทุกมิติจะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ลงทุนและรองรับการเติบโตหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างยั่งยืน
วิธีการเลือกที่ปรึกษาเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่เหมาะกับบริษัทคุณ
การเลือก FA ที่เหมาะสมเปรียบเสมือนการเลือกคู่แท้ทางธุรกิจ เนื่องจากต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาหลายปี ข้อพิจารณาสำคัญในการเลือก FA มีดังนี้
1.ประสบการณ์ในอุตสาหกรรม :
เลือก FA ที่มีประสบการณ์เคยทำในบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกับคุณ หรือ อุตสาหกรรมที่มีลักษณะใกล้เคียงกันเข้าตลาดฯ เพราะพวกเขาจะเข้าใจ Business Model, ปัจจัยความเสี่ยง และ Key Performance Indicators (KPIs) ของธุรกิจคุณเป็นอย่างดี
2.ความเชี่ยวชาญของทีมงาน :
พิจารณาตัวบุคคลที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลโครงการ (Project Leader) ว่ามีความใส่ใจ มีเวลาให้บริษัท และ มีความเชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากน้อยเพียงใด
3.เครือข่ายนักลงทุน และ การจัดจำหน่าย :
หาก FA อยู่ในสังกัดบริษัทหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการกระจายหุ้นไปยังนักลงทุนสถาบันทั้งใน และ ต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนรายย่อยได้อย่างทั่วถึง
4.วัฒนธรรมการทำงาน และ ความเข้าใจกัน :
เนื่องจากต้องเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดของบริษัท FA ต้องเป็นผู้ที่คุณไว้วางใจได้ สามารถสื่อสารกันได้อย่างตรงไปตรงมา และ มีสไตล์การทำงานที่เข้ากันได้กับผู้บริหาร
แม้ว่าที่ปรึกษาเข้าตลาดหลักทรัพย์ (Financial Advisor: FA) จะมีบทบาทสำคัญในการวางแผนและประสานงานการนำบริษัทเข้าสู่ตลาดทุน แต่ความสำเร็จของการเตรียม IPO ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ FA เพียงฝ่ายเดียว องค์กรยังจำเป็นต้องมีความพร้อมด้านการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง ระบบควบคุมภายใน เทคโนโลยีสารสนเทศ และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรควบคู่กันไป
Signature Group สนับสนุนองค์กรในการเตรียมความพร้อมสู่ IPO ผ่านบริการด้าน Internal Audit Services, Advisory Services, Technology & Digital Advisory และ In-house Training เพื่อช่วยวางรากฐานด้าน Governance, Risk Management, Internal Control, Technology Governance และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ให้พร้อมรองรับการเติบโตสู่ตลาดทุนและการเป็นบริษัทจดทะเบียนในอนาคต
ติดต่อสอบถาม
บริษัท ไอเอ ซิกเนเจอร์ จำกัด
324/ 8-10 หมู่บ้าน เวิร์ฟ เพชรเกษม 81 ถนนมาเจริญ แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ 10160
โทร. : 02-079-5499