การเตรียมความพร้อมสู่ IPO
การนำบริษัทเข้าสู่การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ (Initial Public Offering: IPO) เป็นก้าวสำคัญขององค์กรที่ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ ระบบการควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนความโปร่งใสในการดำเนินงาน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่จำนวนมากให้ความสนใจในการเตรียมองค์กรเข้าสู่ IPO มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการเตรียมความพร้อมดังกล่าวไม่ได้จำกัดเพียงเรื่องผลประกอบการหรือการเติบโตของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเข้มแข็งของระบบการควบคุมภายในและระบบการกำกับดูแลกิจการขององค์กร
ควบคุมภายใน
เตรียมองค์กรเข้าสู่ IPO
(Tone at the Top)
หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือความเข้าใจและการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง รวมถึงการมีส่วนร่วมของพนักงานในองค์กรในการปรับปรุงกระบวนการทำงานการดำเนินการปรับปรุงระบบควบคุมภายในมักเกิดจากข้อเสนอแนะใน
- รายงานของผู้ตรวจสอบภายใน
- รายงาน Management Letter จากผู้สอบบัญชี
หากผู้บริหารแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบ จะช่วยสร้างบรรยากาศของความร่วมมือภายในองค์กร ทำให้พนักงานเข้าใจว่าการปรับปรุงระบบไม่ได้ทำขึ้นเพียงเพื่อให้ผ่านการตรวจสอบ แต่เพื่อยกระดับการบริหารจัดการขององค์กรในระยะยาว
รายงานจากผู้ตรวจสอบควรสะท้อนลักษณะธุรกิจและสภาพแวดล้อมขององค์กรอย่างแท้จริง ไม่ใช่รูปแบบรายงานที่เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกองค์กร ข้อเสนอแนะที่ดีควร
- สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง
- พิจารณาทั้งต้นทุนและประโยชน์
- มีแนวทางควบคุมอื่นที่สามารถทดแทนได้ (Compensating Control)
เมื่อข้อเสนอแนะมีความเหมาะสมกับบริบทขององค์กร จะช่วยให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานยอมรับและดำเนินการแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างการกำกับดูแลขององค์กร เช่น
- คณะกรรมการบริษัท
- คณะกรรมการตรวจสอบ
- คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรตั้งแต่ช่วงเตรียม IPO จนถึงหลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หากโครงสร้างการกำกับดูแลทำหน้าที่อย่างแท้จริง จะช่วยสนับสนุนให้การบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาระบบควบคุมภายในได้รับการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง
การนำระบบสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงานช่วยให้หลายกระบวนการสามารถพัฒนาเป็น Automated Control ซึ่งช่วยเพิ่มความเสถียรของระบบงานและลดการพึ่งพาบุคคลในระดับปฏิบัติการ นอกจากนี้ยังช่วยลดความผิดพลาดจากการทำงานแบบ manual และเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กร
การมีคู่มือการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและการฝึกอบรมการใช้งานระบบอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้การดำเนินงานขององค์กรมีความต่อเนื่อง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในตำแหน่งต่างๆ การพัฒนาบุคลากรให้มีความเข้าใจในระบบงานจึงเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างความยั่งยืนของระบบควบคุมภายใน
ระบบควบคุมภายในจะมีประสิทธิภาพได้ก็ต่อเมื่อมีการปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างสม่ำเสมอ และไม่มีการละเว้นขั้นตอนสำคัญ การเกิด Management Override หรือการละเว้นขั้นตอนโดยผู้มีอำนาจ อาจทำให้ระบบควบคุมภายในอ่อนแอลงและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย