ที่ปรึกษา IPO กับ Financial Advisor ต่างกันอย่างไร?
เข้าใจบทบาทหน้าที่ของที่ปรึกษา IPO กับ Financial Advisor เพื่อเลือกใช้บริการได้เหมาะสม

เข้าใจบทบาทของที่ปรึกษา IPO และ Financial Advisor เพื่อเลือกใช้บริการได้อย่างเหมาะสม
การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือ IPO (Initial Public Offering) ถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญขององค์กรที่ต้องการระดมทุน ขยายกิจการ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การทำ IPO ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำหุ้นออกเสนอขายต่อประชาชน แต่ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมในหลายมิติ ทั้งโครงสร้างธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น ระบบบัญชีและการเงิน ระบบควบคุมภายใน การกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง ระบบสารสนเทศ การเปิดเผยข้อมูล และการจัดเตรียมเอกสารสำหรับกระบวนการยื่นคำขอ
บริษัทที่มีเป้าหมายเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์จึงต้องทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย โดยคำที่ผู้ประกอบการมักได้ยินบ่อยคือ “ที่ปรึกษา IPO” และ “ที่ปรึกษาทางการเงิน” หรือ Financial Advisor (FA)แม้ผู้ให้บริการทั้งสองกลุ่มจะมีส่วนช่วยในการเตรียมบริษัทเข้าสู่ตลาดทุน แต่มีสถานะ บทบาท ขอบเขตความรับผิดชอบ และช่วงเวลาการทำงานที่แตกต่างกัน บทความนี้จึงอธิบายว่า ที่ปรึกษา IPO กับ Financial Advisor ต่างกันอย่างไร และองค์กรควรพิจารณาใช้บริการแต่ละประเภทในช่วงใด
ความหมายของที่ปรึกษาทางการเงินและที่ปรึกษา IPO
เพื่อเข้าใจความแตกต่างอย่างชัดเจน เราต้องเริ่มต้นจากการพิจารณานิยาม และ บริบททางกฎหมายของทั้งสองตำแหน่งเสียก่อน
1. ที่ปรึกษาทางการเงิน (Financial Advisor: FA) คือใคร?
ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือ Financial Advisor (FA) ในบริบทของการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน หมายถึงผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ดำเนินงานภายใต้ขอบเขตและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง สำนักงาน ก.ล.ต. มีระบบเผยแพร่รายชื่อบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินและผู้ควบคุมการปฏิบัติงานที่ได้รับความเห็นชอบให้ประชาชนตรวจสอบได้
ในการเสนอขายหุ้น IPO นั้น FA มีบทบาทร่วมจัดทำแบบคำขออนุญาตและแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ หรือแบบ Filing รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลสำคัญของบริษัทตามแนวทาง Due Diligence ก่อนยื่นคำขอต่อสำนักงาน ก.ล.ต.
ด้วยเหตุนี้ ก่อนแต่งตั้ง FA บริษัทควรตรวจสอบรายชื่อและสถานะการได้รับความเห็นชอบผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของสำนักงาน ก.ล.ต. ไม่ควรตัดสินจากชื่อทางการค้า หรือการใช้คำว่า “Financial Advisor” เพียงอย่างเดียว
2. ที่ปรึกษา IPO (IPO Consultant / Pre-IPO Consultant) คือใคร?
“ที่ปรึกษา IPO” หรือ “Pre-IPO Consultant” เป็นคำเรียกเชิงธุรกิจที่มักใช้กับผู้เชี่ยวชาญซึ่งสนับสนุนบริษัทในระยะเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการ IPO อย่างเป็นทางการ
ขอบเขตงานอาจแตกต่างกันตามความเชี่ยวชาญของผู้ให้บริการ เช่น
- การประเมินความพร้อมขององค์กร
- การพัฒนาระบบบริหารจัดการ
- การกำกับดูแลกิจการ
- การบริหารความเสี่ยง
- การออกแบบและยกระดับระบบควบคุมภายใน
- การพัฒนานโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงาน
- การเตรียมระบบสารสนเทศและข้อมูลเพื่อรองรับการตรวจสอบ
- การพัฒนาความรู้ของผู้บริหารและบุคลากร
ที่ปรึกษา IPO ในความหมายนี้จึงไม่ควรถูกนำเสนอว่าเป็น FA เว้นแต่ผู้ให้บริการดังกล่าวจะเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับความเห็นชอบ และดำเนินหน้าที่ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายหรือกฎเกณฑ์กำหนด
เปรียบเทียบที่ปรึกษา IPO กับ Financial Advisor
ที่ปรึกษา IPO
- มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมภายในองค์กร
- มักเริ่มทำงานตั้งแต่ระยะ Pre-IPO
- ช่วยวิเคราะห์ช่องว่างและวางแผนปรับปรุงระบบ
- อาจเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น Internal Audit, Internal Control, Governance, Risk Management หรือ Technology
- ไม่มีสถานะเป็น FA โดยอัตโนมัติ
- ไม่ควรดำเนินหน้าที่ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตของ FA หากไม่ได้รับความเห็นชอบที่เกี่ยวข้อง
Financial Advisor
- เป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต.
- มีบทบาทในกระบวนการขออนุญาตและเสนอขายหลักทรัพย์
- ดำเนินการ Due Diligence ในประเด็นสำคัญ
- ร่วมจัดทำคำขออนุญาตและแบบ Filing
- ประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตลาดทุน
- ต้องดำเนินงานตามหลักเกณฑ์และขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ FA
บทบาทของ "ที่ปรึกษา IPO" ในระยะ Pre-IPO
หน้าที่ของที่ปรึกษา IPO มักเกิดขึ้นในระยะเตรียมความพร้อม หรือ Pre-IPO Phase ซึ่งเป็นช่วงที่องค์กรอาจยังมีช่องว่างด้านโครงสร้าง กระบวนการ และระบบบริหารจัดการที่ต้องได้รับการพัฒนาก่อนเข้าสู่กระบวนการ IPO อย่างเป็นทางการ
- การประเมินความพร้อมและวิเคราะห์ช่องว่าง
ที่ปรึกษา IPO อาจช่วยประเมินสถานะปัจจุบันขององค์กรในด้านต่าง ๆ เช่น- โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ
- การบริหารความเสี่ยง
- กระบวนการดำเนินงาน
- ระบบบัญชีและการเงิน
- เทคโนโลยีสารสนเทศ
- นโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงาน
- ความพร้อมของบุคลากร
ผลการประเมินจะช่วยให้องค์กรเห็นประเด็นที่ต้องปรับปรุงและสามารถจัดทำแผนดำเนินงานตามลำดับความสำคัญได้
- การพัฒนาระบบบริหารจัดการ
ที่ปรึกษาอาจสนับสนุนองค์กรในการออกแบบหรือยกระดับ Governance Framework, Risk Management Framework, Internal Control, Authority Matrix, Policy, SOP และ Work Instruction ให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจและระดับความเสี่ยง - การเตรียมระบบควบคุมภายใน
องค์กรที่เตรียมเข้าสู่ตลาดทุนควรมีระบบควบคุมภายในที่ชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และมีหลักฐานสนับสนุนการดำเนินงาน
การเตรียมความพร้อมอาจครอบคลุม:- การแบ่งแยกหน้าที่
- อำนาจอนุมัติ
- การควบคุมรายการสำคัญ
- การจัดเก็บเอกสารและหลักฐาน
- การติดตามและรายงานผล
- การป้องกัน Management Override
- การติดตามข้อเสนอแนะจาก Internal Audit และผู้สอบบัญชี
- การประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
กระบวนการ IPO อาศัยผู้เชี่ยวชาญหลายด้าน เช่น FA ผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ประเมินทรัพย์สิน ผู้ตรวจสอบภายใน และผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสารสนเทศ ที่ปรึกษา IPO อาจช่วยบริษัทวางแผนและประสานงานในส่วนที่ได้รับมอบหมาย แต่ไม่ควรนำเสนอว่าทำหน้าที่แทน FA หรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่นในส่วนที่อยู่ภายใต้กฎหมายหรือกฎเกณฑ์เฉพาะ
บทบาทของ Financial Advisor ในกระบวนการ IPO
เมื่อบริษัทมีความพร้อมในระดับที่เหมาะสม FA จะมีบทบาทสำคัญในกระบวนการขออนุญาตออกและเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน
- การตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด
FA ต้องศึกษาลักษณะธุรกิจและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้าใจรูปแบบการประกอบธุรกิจและสามารถตรวจสอบประเด็นสำคัญต่อการดำเนินงาน รวมถึงคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตตามหลักเกณฑ์การเสนอขายหุ้น IPO - การร่วมจัดทำคำขออนุญาตและแบบ Filing
FA มีบทบาทร่วมจัดทำแบบคำขออนุญาตและแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ โดยข้อมูลที่เปิดเผยต้องครบถ้วน ถูกต้อง และเพียงพอต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน - การประสานกระบวนการตลาดทุน
FA สนับสนุนบริษัทในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการยื่นคำขอ การชี้แจงข้อมูล และการดำเนินการตามข้อสังเกตหรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแลตามขอบเขตงานที่เกี่ยวข้อง - การให้คำแนะนำเพื่อแก้ไขประเด็นสำคัญ
หากการตรวจสอบพบการดำเนินงานที่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข หรืออาจไม่สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง FA ควรให้คำแนะนำเพื่อให้บริษัทดำเนินการปรับปรุงแก้ไขก่อนยื่นคำขอ IPO
บริษัทควรเลือกใช้ที่ปรึกษา IPO หรือ Financial Advisor เมื่อใด?
ในทางปฏิบัติ บริษัทไม่จำเป็นต้องมองที่ปรึกษา IPO และ FA เป็นตัวเลือกที่ต้องเลือกเพียงรายใดรายหนึ่ง เพราะผู้ให้บริการทั้งสองกลุ่มอาจสนับสนุนองค์กรในคนละบทบาทและคนละช่วงเวลา
ควรพิจารณาที่ปรึกษา IPO เมื่อ
- องค์กรยังไม่ทราบว่าตนเองมีความพร้อมมากน้อยเพียงใด
- ต้องการประเมินช่องว่างก่อนเริ่มกระบวนการ IPO
- ระบบควบคุมภายในหรือกระบวนการทำงานยังไม่เป็นระบบ
- ต้องการพัฒนา Governance, Risk Management และ Internal Control
- ต้องการเตรียมระบบสารสนเทศ นโยบาย และบุคลากร
- ต้องการวาง Roadmap การปรับปรุงภายในองค์กร
ควรแต่งตั้ง Financial Advisor เมื่อ
- องค์กรมีแผนเข้าสู่กระบวนการ IPO อย่างเป็นทางการ
- ต้องการผู้ได้รับความเห็นชอบเพื่อร่วมจัดทำคำขออนุญาตและแบบ Filing
- ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อมูลและการประสานงานตามหลักเกณฑ์ตลาดทุน
- ต้องการคำแนะนำภายใต้ขอบเขตวิชาชีพ FA
ที่ปรึกษา IPO และ Financial Advisor มีบทบาทแตกต่างกัน โดยที่ปรึกษา IPO ในความหมายเชิงธุรกิจมักสนับสนุนการเตรียมความพร้อมภายในองค์กรในระยะ Pre-IPO ส่วน FA ที่ได้รับความเห็นชอบมีบทบาทในกระบวนการตามหลักเกณฑ์ตลาดทุน รวมถึงการร่วมจัดทำคำขออนุญาตและแบบ Filing
ติดต่อสอบถาม ความสำเร็จของการเตรียม IPO ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ FA หรือที่ปรึกษารายใดรายหนึ่งเท่านั้น แต่เกิดจากความพร้อมขององค์กรในหลายมิติ ทั้ง Governance, Risk Management, Internal Control, Technology & Data และ People & Training
เพื่อช่วยให้องค์กรวางรากฐานระบบบริหารจัดการที่เหมาะสม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และพร้อมรองรับการเติบโตสู่ตลาดทุน โดย Signature Group สนับสนุนด้านการเตรียมความพร้อมขององค์กร และ ไม่ได้สื่อสารว่าทำหน้าที่เป็น Financial Advisor ที่ได้รับความเห็นชอบ เว้นแต่สถานะดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและเปิดเผยไว้อย่างเป็นทางการ การเข้าสู่ตลาดทุนไม่ใช่เพียงการจัดเตรียมเอกสารหรือการเสนอขายหุ้น แต่ต้องอาศัยความพร้อมด้านการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง ระบบควบคุมภายใน เทคโนโลยีสารสนเทศ และศักยภาพของบุคลากร หากองค์กรของท่านกำลังประเมินความพร้อมสู่ IPO หรือต้องการยกระดับระบบบริหารจัดการเพื่อรองรับความคาดหวังของตลาดทุน Signature Group พร้อมสนับสนุนการวางรากฐานที่เหมาะสมกับบริบทและเป้าหมายขององค์กร
ติดต่อสอบถาม
บริษัท ไอเอ ซิกเนเจอร์ จำกัด
324/ 8-10 หมู่บ้าน เวิร์ฟ เพชรเกษม 81 ถนนมาเจริญ แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ 10160
โทร. : 02-079-5499