Website Logo
ขอรับคำปรึกษา 
Website Logo
Banner 1
Prime
Shaping strong foundations for lasting success.
5 ตุลาคม 2569

ตรวจสอบภายใน vs ตรวจสอบบัญชี ต่างกันอย่างไร? ธุรกิจควรรู้อะไรก่อนเลือกใช้บริการ

เข้าใจข้อแตกต่างของการตรวจสอบภายใน และ ตรวจสอบบัญชีเพื่อให้ใช้งานได้เหมาะสม  

ตรวจสอบภายใน vs ตรวจสอบบัญชี ต่างกันอย่างไร? ธุรกิจควรรู้อะไรก่อนเลือกใช้บริการ

คำว่า “การตรวจสอบภายใน” และ “การตรวจสอบบัญชี” มักถูกกล่าวถึงในบริบทของการตรวจสอบข้อมูล การควบคุม และการบริหารความเสี่ยงขององค์กร จึงอาจทำให้เจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารบางรายเข้าใจว่างานทั้งสองประเภทมีหน้าที่ใกล้เคียงกัน หรือสามารถเลือกใช้ทดแทนกันได้ในความเป็นจริง การตรวจสอบภายในและการตรวจสอบบัญชีมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต ผู้ใช้รายงาน และรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จึงมีความสำคัญต่อการเลือกใช้บริการให้ตรงกับความต้องการขององค์กร

ตัวอย่างเช่น หากบริษัทต้องการประเมินว่ากระบวนการจัดซื้อมีช่องโหว่หรือมีระบบควบคุมที่เพียงพอหรือไม่ การตรวจสอบภายในย่อมตอบโจทย์มากกว่า ขณะที่องค์กรซึ่งต้องการให้ผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นต่องบการเงิน ต้องใช้บริการตรวจสอบบัญชีตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง บทความนี้จะอธิบายว่า ตรวจสอบภายใน vs ตรวจสอบบัญชี ต่างกันอย่างไร และธุรกิจควรพิจารณาเรื่องใดก่อนเลือกใช้บริการ

ทำความรู้จักกับผู้ตรวจสอบภายใน และ ตรวจสอบบัญชี

1. การตรวจสอบบัญชี (External Audit / Financial Audit)

  • นิยาม: การตรวจสอบเอกสารทางการเงิน และ งบการเงินของบริษัทโดย "ผู้สอบบัญชีที่ได้รับอนุญาต" (CPA - Certified Public Accountant) ที่มีความเป็นอิสระจากกิจการ เพื่อแสดงความเห็นว่างบการเงินจัดทำขึ้นโดยถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ ตามกรอบการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องหรือไม่
  • เป้าหมายหลัก: เเพื่อให้ผู้ใช้งบการเงินได้รับความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลว่างบการเงินโดยรวมไม่มีการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ไม่ว่าจะเกิดจากการทุจริตหรือข้อผิดพลาด
  • ผู้ใช้รายงาน: ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน, เจ้าหนี้และสถาบันการเงิน, หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล, ผู้บริหารและคณะกรรมการ, บุคคลภายนอกที่ใช้ข้อมูลทางการเงิน

2. การตรวจสอบภายใน (Internal Audit)

  • นิยาม: การตรวจสอบภายในเป็นกิจกรรมให้ความเชื่อมั่นและให้คำปรึกษาที่มีความเป็นอิสระและเที่ยงธรรม เพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการดำเนินงานขององค์กร โดยใช้แนวทางที่เป็นระบบในการประเมินและปรับปรุงการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายใน
  • เป้าหมายหลัก: เพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ ผ่านการประเมินและปรับปรุงประสิทธิผลของ เช่น การกำกับดูแลกิจการ, การบริหารความเสี่ยง, ระบบควบคุมภายใน, ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการดำเนินงาน, การปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  • ผู้ใช้รายงาน: คณะกรรมการและคณะกรรมการตรวจสอบ, ผู้บริหารระดับสูง, เจ้าของกิจการ, หน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงระบบงาน

เจาะลึกความแตกต่างในรายละเอียด

มุมมองที่ 1: จุดเน้นในการทำงาน

  • ผู้สอบบัญชี : มองผ่าน "เลนส์ของงบการเงิน" เช่น ยอดขาย 10 ล้านบาท มีเอกสารใบกำกับภาษีครบถ้วนไหม? ยอดลูกหนี้การค้ามีจริง หรือ ไม่? ลงบันทึกบัญชีถูกหมวดหมู่ตามมาตรฐาน หรือ ไม่?
  • ผู้ตรวจสอบภายใน : มองผ่าน "เลนส์ของกระบวนการ และ ความเสี่ยง" เช่น ในขั้นตอนการขาย ใครเป็นคนอนุมัติส่วนลด? มีการแยกหน้าที่ ระหว่างคนเปิดบิลกับคนรับเงิน หรือ ไม่? มีช่องโหว่ให้พนักงานแอบยักยอกเงินสดไปก่อนลงบัญชี หรือ ไม่?

มุมมองที่ 2: ช่วงเวลาและลักษณะของการให้ความเชื่อมั่น

  • การตรวจสอบบัญชี : มุ่งตรวจสอบข้อมูลและเหตุการณ์ทางการเงินของงวดที่ผ่านมา เพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงิน โดยดำเนินงานตามรอบบัญชีและแผนการสอบบัญชี
  • การตรวจสอบภายใน : สามารถดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตามแผนตรวจสอบที่อิงความเสี่ยง และอาจครอบคลุมทั้งการประเมินเหตุการณ์ที่ผ่านมา ระบบงานในปัจจุบัน และความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ในอนาคต

บทบาทต่อความเสี่ยงจากการทุจริตและข้อผิดพลาด

ผู้ประกอบการหลายรายมักเข้าใจผิดว่า "แต่งตั้งผู้สอบบัญชีแล้ว ก็แปลว่าผู้สอบบัญชีต้องรับผิดชอบผู้ประกอบการบางรายอาจเข้าใจว่า เมื่อบริษัทมีผู้สอบบัญชีแล้ว ผู้สอบบัญชีจะต้องตรวจพบการทุจริตทุกกรณี ความเข้าใจดังกล่าวไม่ถูกต้อง เนื่องจากการตรวจสอบบัญชีและการตรวจสอบภายในมีวัตถุประสงค์และขอบเขตที่แตกต่างกัน

บทบาทของผู้สอบบัญชี

ผู้สอบบัญชีพิจารณาความเสี่ยงจากการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ซึ่งอาจเกิดจากการทุจริตหรือข้อผิดพลาด และออกแบบวิธีการตรวจสอบเพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การสอบบัญชีให้ความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผล ไม่ใช่การรับประกันว่าจะสามารถตรวจพบการทุจริตหรือข้อผิดพลาดทุกกรณี โดยเฉพาะกรณีที่มีการสมรู้ร่วมคิด การปลอมแปลงเอกสาร หรือการใช้อำนาจของผู้บริหารแทรกแซงระบบควบคุม

บทบาทของผู้ตรวจสอบภายใน

ผู้ตรวจสอบภายในประเมินความเสี่ยงและความเพียงพอของระบบควบคุมภายใน รวมถึงจุดอ่อนที่อาจเปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตหรือข้อผิดพลาด เช่น:

การแบ่งแยกหน้าที่ไม่เหมาะสม

การอนุมัติรายการโดยไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล

การควบคุมการเบิกจ่ายและเงินสดไม่เพียงพอ

การควบคุมสินค้าคงเหลือที่ไม่รัดกุม

สิทธิ์การเข้าถึงระบบสารสนเทศไม่เหมาะสม

การใช้อำนาจของผู้บริหารเหนือระบบควบคุม

การตรวจสอบภายในมีบทบาทช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงผ่านการประเมินระบบและข้อเสนอแนะ แต่ไม่ควรเขียนว่า “ถูกออกแบบมาโดยตรงเพื่อปิดช่องโหว่การทุจริต” เพราะงานตรวจสอบภายในมีวัตถุประสงค์กว้างกว่าการป้องกันทุจริต

สิ่งที่ธุรกิจควรรู้ก่อนเลือกใช้บริการ? (แนวทางการตัดสินใจ)

เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า และ ตรงจุดในการดำเนินธุรกิจ ผู้ประกอบการควรพิจารณาความต้องการขององค์กรดังนี้

1. เมื่อใดควรใช้บริการตรวจสอบบัญชี?

  • เมื่อนิติบุคคลมีหน้าที่จัดทำและนำส่งงบการเงินตามกฎหมาย
  • เมื่อต้องการงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบเพื่อประกอบการขอสินเชื่อ
  • เมื่อนักลงทุน ผู้ถือหุ้น หรือคู่ค้าต้องการข้อมูลทางการเงินที่น่าเชื่อถือ
  • เมื่อมีกฎหมาย สัญญา หรือหน่วยงานกำกับดูแลกำหนดให้ต้องมีการตรวจสอบงบการเงิน
  • เมื่อองค์กรกำลังเตรียมทำธุรกรรมสำคัญ เช่น การระดมทุน การควบรวมกิจการ หรือการเข้าสู่ตลาดทุน

2. เมื่อไหร่ที่ต้องใช้ "บริการตรวจสอบภายใน"?

  • ธุรกิจเริ่มเติบโต และ เจ้าของดูแลไม่ทั่วถึง: เมื่อองค์กรขยายตัว มีหลายสาขา มีพนักงานจำนวนมาก เจ้าของไม่สามารถอนุมัติ หรือ ตรวจเช็กทุกเอกสารได้ด้วยตัวเอง
  • เกิดปัญหาสินค้าคงเหลือหาย หรือ เงินสดไม่ตรง: สต็อกสินค้าในระบบกับของจริงไม่เท่ากัน มีความสงสัยเรื่องการยักยอก
  • เมื่อองค์กรเตรียมเข้าสู่ตลาดทุน: บริษัทควรยกระดับระบบการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และระบบควบคุมภายในให้มีความเหมาะสมและเพียงพอ พร้อมจัดให้มีกลไกตรวจสอบภายในที่สามารถประเมินและติดตามการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผล
  • ต้องการลดต้นทุน และ เพิ่มประสิทธิภาพ: เช่น รู้สึกว่าขั้นตอนการจัดซื้อล่าช้า จ่ายเงินซ้ำซ้อน หรือ มีค่าใช้จ่ายรั่วไหลโดยไม่ทราบสาเหตุ

การตรวจสอบภายในและการตรวจสอบบัญชีไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้ เพราะมีวัตถุประสงค์ ขอบเขต และผู้ใช้รายงานแตกต่างกัน การตรวจสอบบัญชีมุ่งให้ความเชื่อมั่นต่องบการเงินแก่ผู้ใช้งบการเงิน ขณะที่การตรวจสอบภายในมุ่งช่วยองค์กรประเมินและปรับปรุงการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง ระบบควบคุมภายใน และประสิทธิภาพของกระบวนการดำเนินงาน การเลือกใช้บริการทั้งสองประเภทอย่างเหมาะสมจะช่วยให้องค์กรมีทั้งข้อมูลทางการเงินที่น่าเชื่อถือและระบบบริหารจัดการที่เข้มแข็ง โปร่งใส และพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว Signature Group ให้บริการด้าน Internal Audit Services โดยใช้แนวทางการตรวจสอบที่อิงความเสี่ยง เพื่อช่วยองค์กรประเมินและยกระดับ Governance, Risk Management และ Internal Control ตลอดจนสนับสนุนองค์กรที่กำลังเตรียมความพร้อมสู่การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ยกระดับระบบตรวจสอบภายใน เพื่อความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืน หากองค์กรของท่านต้องการประเมินระบบควบคุมภายใน บริหารจัดการความเสี่ยง ลดช่องว่างของกระบวนการ หรือเตรียมความพร้อมสู่ตลาดทุน Signature Group พร้อมสนับสนุนการออกแบบแนวทางตรวจสอบที่เหมาะสมกับบริบทและเป้าหมายขององค์กร

ติดต่อสอบถาม

บริษัท ไอเอ ซิกเนเจอร์ จำกัด

324/ 8-10 หมู่บ้าน เวิร์ฟ เพชรเกษม 81 ถนนมาเจริญ แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ 10160 

โทร. : 02-079-5499

Signature Group Logo

324/ 8-10 หมู่บ้าน เวิร์ฟ เพชรเกษม 81 ถนนมาเจริญ
แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพฯ 10160

โทร. : 02-079-5499
อีเมล. : signature.info@iasignature.co.th
Facebook Instagram TikTok YouTube
เกี่ยวกับเรา
การเตรียมความพร้อมสู่ IPOการเตรียมความพร้อมเพื่อขอรับรอง CAC ผลงานของเรา บทความและความรู้ ข่าวสารและกิจกรรม ติดต่อเรา
บริการของเรา
งานด้านบริการตรวจสอบภายใน (Internal Audit Services) งานด้านบริการให้คำปรึกษา (Advisory Services) งานด้านบริการให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล (Technology & Digital Advisory) งานด้านการฝึกอบรมภายในองค์กร (In-house Training)
นโยบายและข้อกฎหมาย
นโยบายความเป็นส่วนตัว สำหรับ ผู้สมัครงานและพนักงาน นโยบายความเป็นส่วนตัว สำหรับ คู่ค้า นโยบายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน ประกาศอื่นๆ จากทางบริษัท เงื่อนไขอื่นๆ ในการใช้งานบริการ
© 2026 Signature Group | All Rights Reserved